เคล็ดลับสุขภาพ

เคล็ดลับสุขภาพ

เครื่องดื่มสุขภาพสำหรับหน้าร้อน

อากาศที่สุดจะร้อนของบ้านเราอาจจะทำให้หลายต่อหลายคนเกิดความเบื่อหน่ายหรือรู้สึกเหนื่อยไม่กระฉับกระเฉงเอาเสียเลย ครั้งจะหาวิธีการลดความร้อนก็มีแต่แก้ร้อนจากภายนอกเท่านั้น แต่หารู้หรือไม่ว่าการมองหาเครื่องดื่มเย็นๆดีๆสักแก้วนั้นสามารถคลายร้อนได้มากกว่าอาบน้ำหรือเล่นน้ำเสียอีก วันนี้เราจึจะมาแนะนำเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับหน้าร้อนแบบนี้กัน น้ำส้มปั่น เครื่องดื่มง่ายๆแก้วนี้จะมีสักกี่คนทราบว่ามันสามารถช่วยให้คุณคลายร้อนได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะน้ำส้มปั่นแก้วนี้มีความพิเศษที่ได้จากส้มเพราะส้มถือว่าเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวและหวานอย่างพอดี จึงสามารถช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายและสร้างความกระปรี้กระเปร่า น้ำมะนาวโซดา เครื่องดื่มนี้ถือว่าเป็นสุดยอดของการดับร้อนอย่างแท้จริง อย่าลืมว่ารสเปรี้ยวสามารถช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้แถมยังมีน้ำแข็งดีช่วยดึงเอาความเย็นจากภายในออกมาได้ จะช่วยทำให้ร่างกายของคุณกลับมาชุ่มฉ่ำอย่างแน่นอน น้ำสตอเบอร์รี เคล็ดลับของการทำน้ำสตอเบอร์รี่ให้อร่อยนั้นคือการผสมกับ ไซรับ หรือน้ำเชื่อมทั่วไปหรือจะให้ดีให้เรานำสตอเบอร์รีเชื่อมผสมเข้ากับน้ำแข็งก่อนจะเทใส่แก้วหรือปั่นให้เรียบร้อย ก็จะกลายเป็นเครื่องดื่มแก้ร้อนได้อีกแก้วหนึ่ง ปิดท้ายด้วย ชาทับทิมเย็น เครื่องดื่มนี้อาจจะไม่คุ้นหน้าคุ้นตามากนักแต่มันจะช่วยเปลี่ยนหน้าร้อนของคุณให้เย็นชื่นใจได้ง่ายๆ เนื่องจากด้วยพื้นฐานของชาเย็น ชาเย็นสามารถช่วยดับกระหายและคลายความร้อนได้ดีอยู่แล้วเสริมทัพด้วยทับทิมผลไม้ที่มีความหวานหอมกำลังดีจนคุณต้องติดใจ

เคล็ดลับสุขภาพ

เคล็ดการบริหารสายตาเพื่อสุขภาพ

สายตาคือสิ่งที่ใช้งานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเรียกได้ว่าใช้งานอยู่แทบตลอดเวลายกเว้นยามนอนหลับสนิทแค่นั้นเอง ฉะนั้นดวงตาจึงถือว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของมนุษย์เราเป็นอย่างมากซึ่งในกิจวัตรในแต่ละวันมักจะส่งผลเสียต่อดวงตาและสายตาแตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์ แสงแดดที่ปะทะกับสายตา ลมที่พัด หรือฝุ่นละอองต่างๆที่สามารถทำให้เกิดอาการละคายเคืองได้ เมื่อสายตาและดวงตามีการช้ำไปได้สักระยะหนึ่งจะเริ่มเกิดอาการล้าและปวดเมื่อยได้คล้ายกับส่วนอื่นๆของร่างกาย ฉะนั้นเราจึงต้องมีวิธีการที่จะสามารถช่วยฟื้นฟูสายตาให้กลับมาสดใสและพร้อมทำงานได้อีกครั้งซึ่งวิธีการบริหารสายตาก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่เราๆเข้าใจ เริ่มจากการตั้งใบหน้าตรงจากนั้นกลอกดวงตาไปซ้ายห้ำกลที่สุดซึ่งให้เราค้างไว้ประมาณ 5 วินาที จากนั้นให้มองกลับมาหน้าตรงเหมือนเดิม และให้เปลี่ยนไปกลอกตาไปทางด้านขวาให้ไกลที่สุดเหมือนกันเป็นเวลา 5 วินาทีและมองกลับมาตรงเหมือนเดิม ให้เราทำแบบนี้เป็นจำนวน 5 เซ็ตอย่างต่อเนื่อง เมื่อครบแล้วจากนั้นให้คุณเหลือกตาขึ้นไปด้านบนให้มากที่สุดและค้างไว้ 5 วินาทีและกลอกตาลงด้านล่างเป็นเวลา 5 วินาทีเช่นกัน เมื่อคุณบริหารสายตาครบทั้ง 4 วิธีแล้วให้คุณทำการหลับตาเป็นเวลา 7 – 10 วินาที และให้คุณค่อยๆลืมตาโดยเมื่อลืมตาต้องพยายามลืมตาให้กว้างมากที่สุดเป็นเวลาอย่างน้อย 5 วินาที คุณจะพบว่าสายตาจะมีความชัดและสดใสพร้อมที่จะใช้งานต่อได้มารกยิ่งขึ้น แถมยังไม่เกิดอาการสายตาอ่อนล้าและปวดตาเหมือนเมื่อก่อนอีกด้วย

เคล็ดลับสุขภาพ

แก้ไขรอยกัดจาก ยุง อย่างไรให้ได้ผล

หลายต่อหลายครั้งที่เราเฝ้าถนอมรักษาให้ผิวเนียน นุ่ม ทั้งทาครีม โลชั่นบำรุงผิว ทากันแดด ใส่เสื้อแขนยาวหรือกระทั่งพกร่มตลอดเวลา ด้วยความกลัวที่ว่าผิวคล้ำเสียจากแสงแดด แต่เชื่อหรือไม่ว่าอันตรายที่คุณไม่คาดคิดกลับกลายเป็นสัตว์ตัวน้อยที่เรียกว่า ยุ่ง “ยุง” นับเป็นสัตว์ที่น่ารำคาญอันดับต้นๆของมนุษย์เราเลยทีเดียว โดยทั่วไปแล้วภาพจำของเราที่มีต่อยุงคือพาหะนำโรคร้ายต่างๆไม่ว่าจะ ไข้เลือดออก ไข้มาลาเลีย หรือไข้หวัดอื่นๆ ฉะนั้นเราจึงระมัดยุงที่เห็นพาหะแฝงเป็นพิเศษ แต่ก็มียุงหลายชนิดที่มักจะสร้างรอยแผลที่เกิดจากกัด ไม่ว่าจะทำให้เกิดตุ่มคัน ทิ้งรอยดำ รอยแดง ทำให้ผิวขา ผิวแขน หรือส่วนต่างๆตามร่างกายของเรามีจุดด่างดำ ไม่ขาวใสอย่างเรียบเนียน สร้างปัญหาให้กับผู้ที่โดนกัดเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังพอวิธีการรักษาผิวหลังโดนยุงกัดแถมยังได้ผลดีอีกด้วย เริ่มจากให้เรารีบล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่อ่อนๆ สามารถช่วยลดอาการคันลงได้ และให้มองหายาหม่อง ดินสอพอง หรือคาราไมล์เพื่อลดอาการคัน แต่หากเกิดรอยดำหรือรอยแดงที่ชัดเจนให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาทิ้งไว้ที่บริเวณโดนกัดจะช่วยลดรอยแดงหรืออาการบวมให้ลดน้อยลงไปได้ จากนั้นตามด้วยครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินอี วิตามินซี และไวท์เทนนิ่ง ทาทุกครั้งหลังอาบน้ำหรือก่อนเป็นประจำทุกวัน จะช่วยลดเรือนจุดด่างดำและผลัดเซลล์ผิวเก่าให้ผิวกลับขาวใสเรียบเนียนได้อีกครั้ง

เคล็ดลับสุขภาพ

เลือกใช้สบู่อย่างไรให้ถูกต้องและได้ผลดีที่สุด 1

สบู่ คือผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อช่วยในการดูแลผิวพรรณของผู้ใช้ ประวัติความเป็นมาของสบู่นั้นมีมาอย่างยาวนาน จนในปัจจุบันสบู่ก็ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอาจจะด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีให้เลือกใช้ได้หลายอย่าง สามารถใช้งานง่าย มีราคาถูก วันนี้เราจึงอยากแนะนำวิธีการใช้สบู่ให้ถูกต้องและได้ผลจริง สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือการมองหาชนิดของสบู่ ที่คุณชื่นชอบ เริ่มต้นกันที่รูปแบบของสบู่เพราะอย่าลืมว่าปัจุบันสบู่มีใสห้เลือกด้วยกันหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น สบู่ก้อน สบู่แฮนด์เมด สบู่เหลว สบู่สมุนไหร โดยสบู่แต่ละชนิดนั้นให้คุณสมบัติไม่เหมือนกันอย่างเช่น สบู่กลีเซอลีนจะช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณ ส่วนสบู่เหลวหลายต่อหลายคนจะชอบเพราะใช้งานสะดวกและเก็บรักษาได้ง่าย เป็นต้น จากนั้นให้เลือกสบู่จากสูตรดูแลผิวเป็นสำคัญ เพื่อให้สารสกัดภายในสบู่สามารถตอบสนองความต้องการของผิวและเพื่อช่วยในการดูแลและบำรุงผิวตรงกับสภาพผิวของคุณ เนื่องจากแต่ละสูตรหรือแต่ละส่วนผสมภายในสบู่จะมีความสามารถในการดูแลและขจัดสิ่งสกปรกแตกต่างกันไป เมื่อเลือกสบู่ที่ใช่และส่วนผสมที่ชอบได้แล้วให้เรามองหา ข้อแนะนำการใช้ เพราะสบู่ที่ดีและได้มาตรฐานควรมีฉลากข้อแนะนำการใช้งานอย่างถูกต้อง เพื่อให้รู้วิธีการใช้สบู่ได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการการผลิต หลังจากอ่านวิธีการใช้เรียบร้อยเริ่มเข้าสู่การอาบน้ำด้วยสบู่ได้ โดยระยะเวลาในการอาบน้ำด้วยสบู่ถืที่เหมาะสมนั้นไม่ควรเกิน 3 – 5 เพราะรู้หรือไม่ว่าหากใช้ระยะเวลามากจนเกินไปทำยิ่งให้เกิดอาการผิวแห้ง ไม่นุ่มเนียน อย่างที่ควรจะเป็น

เคล็ดลับสุขภาพ

ลวกช้อนด้วยน้ำร้อนสะอาดจริงหรือไม่

เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารไม่ว่าจะอาหารกลางวันหรือเวลาต่างๆ สถานที่ที่มีเลือกรับประทานอาหารเยอะอย่างฟู๊ดคอร์ทหรือศูนย์อาหาร มักจะมีจุดหนึ่งที่ให้บริการล้างช้อนด้วยน้ำร้อนจนกลายเป็นแบบบอย่างที่ทำตามกันมาของผู้คนที่เข้ามารับประทานอาหารที่ฟู๊ดคอร์ทหรือศูนย์อาหาร เคยสงสัยหรือไม่ว่าการลวกช้อนหรือล้างช้อนแบบนั้นช่วยทำให้ช้อนซ้อมสะอาดจริงหรือไม่ จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า การลวกช้อนซ้อมด้วยที่ได้ผลและสะอาดนั่นคือน้ำที่อุ.ณหภูมิ 65 องศาเซลเซียลจะสามารถช่วยลดแบคดทีเรียได้ แม้จะยังสามารถกำจัดไม่หมดก็ตาม และนอกจากความร้อนที่ต้องดูแลคือการเปลี่ยนน้ำใหม่เข้า-ออกให้สม่ำเสมอ แต่โดยปกติแล้วน้ำภายในจุดบริการมักจะต้มไว้ด้วยหม้อหุงข้าวหรือหม้อชนิดหนึ่งที่สามารถให้ความร้อนได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าส่วนมากแล้วมีอุณหภูมิไม่ถึง 50 องศาเซลเซียสด้วยซ้ำ แถมยังเปลี่ยนน้ำเข้า-ออกให้ใหม่น้อยมาก นั้นจึงกลายเป็นแหล่งรวมของแบคทีเรียเสียมากกว่าทำให้ช้อนหรือซ้อมสะอาด จากการตรวจสอบพบว่าปริมาณของแบคทีเรียจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอดทั้งวัน ซ้ำร้ายหากมีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายลงไปผ่านทางมือหรือช้อนซ้อมที่คุณจับจะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากกว่าคนที่ไม่จุ่มลงไปเสียอีก เห็นหรือไม่ว่าการลวงหรือล้างช้อนซ้อมบริเวณฟู๊ดคอร์ทหรือศูนย์อาหารนั้นไม่สะอาดอย่างที่คุณคิด แต่หากทางฟู๊ดคอร์ทหรือศูนย์อาหารมีการจัดการเรื่องความร้อนและการเปลี่ยนน้ำใหม่อยู่เสมอ ก็จะเป็นการดีแก่สุขภาพแถมยังได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่มารับประทานเพิ่มขึ้นด้วย

เคล็ดลับสุขภาพ

เชื่อหรือไม่ว่าน้่ำผึ้งรักษาสิวได้

น้ำผึ้ง ส่วนประกอบแสนหวานของขนม นม เนย หรืออาการหลากหลายชนิด นอกจากความหอมหวานและความอร่อยที่น้ำผึ้งได้มอบให้กับเราแล้ว น้ำผึ้งยังแฝงไปด้วยคุณประโยชน์เพื่อใช้ดูแลสุขภาพผิวได้อีกหลายอย่างที่คุณคาดไม่ถึง โดยเฉพาะปัญหาสิว ไม่ว่าจะสิวเสี้ยน สิวอักเสบหรือสิวผด น้ำผึ้งสามารถช่วยขจัดปัญหาเหล่านั้นให้หมดไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ สูตรดูแลผิวสูตรแรกคือ น้ำผึ้งผสมกล้วย วัตถุดิบที่สามารถหาได้ง่ายๆใกล้ตัวเพียงนำกล้วยน้ำว้าสุกมาให้บดให้ละเอียดและผสมดเข้ากับน้ำผึ้งในสัดส่วน 2:1 และนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 5 – 10 นาที จึงล้างออก ด้วยคุณสมบัติของน้ำผึ้งที่จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว ผิวของคุณจะนุ่มน่าสัมผัส สูตรต่อมาได้แก่น้ำผึ้งกับแตงกวาสูตรนี้จะเน้นในเรื่องของการรักษาริ้วรอยจากสิวเป็นสำคัญ เริ่มโดยนำน้ำแตงกวาทีได้จากการคั้นสดๆนำผสมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนชาแล้วทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้สัก 5 – 10 นาที แล้วล้างออกจะช่วยทำให้ริ้วรอยต่างๆที่เกิดจากสิวลดเลือนลง และสูตรสุดท้ายสำหรับคนที่มีปัญหาสิวอักเสบเพียงนำ น้ำผึ้งผสมกับมะขามเปียกในสัดส่วน 2 ต่อ 1 พอกหน้าไว้สัก 5 นาทีแล้วล้างออกจะช่วยลดอาการอักเสบและขจัดสิวเสี้ยนได้อย่างไม่น่าเชื่อ ธรรมชาติมักจะมองสิ่งดีๆให้กับเราอยู่เสสมอและน้ำผึ้งถือว่าเป็นสิ่งทีได้จากธรรมชาติที่มีความสามารถในการช่วยทำลายแบคทีเรีย สิวอักเสบ สิวดำ หรือสิวเสี้ยนจึงค่อยๆ ยุบตัวลงเองตามธรรมชาติ โดยที่ไม่ทำให้ผิวอักเสบ แถมยังได้อาหารผิวซึมซาบลงสู่ผิวพร้อมกันไปด้วย

เคล็ดลับสุขภาพ

อาการแพ้เครื่องสำอางที่คุณสามารถสังเกตุได้

เครื่องสำอางค์ถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในด้านเสริมความงามให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แบบใด รุ่นใด หรือใช้เพื่อแต่งสวยแต่งงามในจุดใด เครื่องสำอางค์ล้วนแต่ผลิตมาจากสารสกัดต่างๆรวมถึงสารเคมีที่มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพผิวแทบทั้งสิ้น แต่ก็มีหลายคนที่มักเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างอาการแพ้เครื่องสำอางค์ จากสารเคมีดังกล่าวนั่นเอง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการไหนคืออาการแพ้เครื่องสำอางวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับอาการแพ้เครื่องสำอางค์กัน เมื่อเริ่มต้นอาการแพ้จะเกิดอาการที่เรียกได้ว่าคันยิบบริเวณที่ทาครีม หลังจากนั้นจะเริ่มปวดแสบปวดร้อน หากเรายังไม่รีบหยุดใช้หรือทำการรักษาอย่างถูกต้องจะเริ่มเกิดอาการแพ้จนมีผื่นคลันหรือผื่รนลมพิษ อาจร้ายแรงถึงขนาดเกิดตุ่มน้ำและแผลบวมแดงคล้ายสิว ซึ่งจะทำให้คุณเกิดอาการปวดและแสบมากขึ้นกว่าเท่าตัว ยิ่งหากเกิดอาการแพ้บนใบหน้าด้วยแล้วอารการแพ้จะสามารถลุกลามได้ไวกว่าส่วนอื่นๆ เนื่องจากใบหน้าของเรามักจะถูกทาด้วยครีม เครื่องสำอาง โฟมล้างหน้าและฝุ่นละอองต่างๆ นอกจากนั้นยังสามารถส่งผลต่อระบบต่างๆของร่างกายได้ไม่ว่าจะเป็นอาการเยื่อบุตาอักเสบ การสะสมของสารพิษ หรือเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ฉะนั้นก่อนซื้อเครื่องสำอางค์ทุกครั้งเราควรจะต้องทำการทดสอบเครื่องสำอางค์ใหม่ที่บริเวณอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าเสียก่อน เมื่อเกิดอาการแพ้ขึ้นมาเราจะได้เห็นถึงอาการต่างๆใส่จุดที่สามารถรักษาได้ง่ายเสียก่อน ดีกว่าที่เราจะต้องมานั่งเสียดายเมื่อเกิดอาการแพ้บนใบหน้าที่ยากต่อการรักษา

เคล็ดลับสุขภาพ

เลือกใช้สบู่อย่างไรให้ถูกต้องและได้ผลดีที่สุด 2

เมื่อเรารู้จักกับประเภทของสบู่ คุณสมบัติของสบู่แต่ละส่วนผสม และวิธีเลือกใช้ที่ถูกต้องอย่างคร่าวๆกันแล้ว เราจะมาต่อกันกับ วิธีการเลือกใช้สบู่อย่างไรให้ถูกต้องและได้ผลดีที่สุด เมื่อคุณอาบน้ำเสร็จเป็นที่เรียบร้อยถัดมาคือการการดูแลรักษาผิวหลังอาบน้ำให้ครบถ้วน การดูแลผิวที่ดีนั้นนอกจากจะทำความสะอาดด้วยสบู่ที่คุณชอบแล้วจำเป็นจะต้องดูแลหลังอาบน้ำให้เรียบร้อยด้วย เริ่มด้วยการเช็ดผิวให้พอแห้งจากนั้นจึงใช้ครีมบำรุงผิวทาให้ทั่วเรือนร่าง เพราะเมื่อคุณอาบน้ำเสร็จร่างกายจะสูญเสียความชุ่มชื่นไปบ้างเล็กน้อยยิ่งหากให้เป็นคนที่ชอบอาบอุ่นด้วยแล้วยิ่งต้องทาครีมหลังอาบน้ำเป็นประจำเพื่อป้องกันการเกิดผิวแห้งตึงไม่นุ่มเนียน และควรสังเกตุผลจากการใช้สบู่ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ผิวพรรณเริ่มเนียนนุ่ม มีสุขภาพดี ไม่แห้งตึง ริ้วรอยที่ลึกดูจางลง หรือให้ผลลัพธ์ในแบบที่ท่านต้องการหรือไม่ แต่หากผ่านไปประมาณ 4 – 6 สัปดาห์แล้วยังไม่เกิดผลเปลี่ยนแปลงใดๆควรเปลี่ยนสบู่สูตรอื่นเพื่อให้สามารถดูแลและบำรุงผิวคุณได้อย่างถูกต้อง ข้อแนะนำวสุดท้ายคือ การเลือกใช้สบู่กับผิวหน้า สบู่ผิวกายกับผิวหน้านั้นถือว่าเป็นส่วนผสมและคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นห้ามนำสบู่กายมาถูบริเวณใบหน้าเป็นอันขาดเพราะอาจจะเกิดปัญหาต่างๆ เช่น ผิวหน้าแห้งตึง เกิดสิว เกิดริ้วรอย หรือใบหน้าขาดความชุ่มชื้นได้ โดยวิธีการใช้งานสบู่ผิวหน้าที่ถูกต้องคือต้องใช้น้ำเพียงเล็กน้อยในการถูสบู่เพื่อไม่ต้องให้เกิดฟองมากจนเกินไป จากนั้นจึงค่อยๆใช้เนื้อสบู่จากบนมือนำมาถูกหน้าตามที่ต้องเพื่อป้องกันไม่ให้สารสกัดบนสบู่สัมผัสกับผิวหน้าโดยตรง เพียงเท่านี้สารบำรุงจากสบู่ก็จะสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างดีและทำให้ผิวของคุณสุขภาพดียิ่งขึ้น

เคล็ดลับสุขภาพ

มารู้จักถุงใต้ตาและวิธีการกำจัดแบบง่ายๆกันเถอะ

ถุงใต้ตาถือว่าเป็นปัญหาของเหล่าสาวๆและผู้ที่รักในสุขภาพของตนเอง เพราะเมื่อถุงใต้ตาเริ่มปรากฏมาให้เห็นนั่นถือว่าเป็นสัญญาณของความทรุดโทรมของสุขภาพผิวหน้า โดยปกติแล้วเราจะเข้าใจว่าถุงใต้ตามักเกิดจากปัญหาในการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอเแต่ในความเป็นจริงแล้วถุงใต้ตาสามารถจำแนกและเกิดได้จากหลายสาเหตุ ต้นตอหรือสาเหตุของถุงใต้ตาที่แท้จริงนั้นเกิดจากปัญหาไขมันใต้ตานั่นเอง โดยถุงใต้ตาที่เราได้เห็นทั่วไปนั้นมักจะเกิดขึ้นจาก 2 ลักษณะซึ่งได้แก่ 1.ถุงใต้ตาแท้ ซึ่งมีสาเหตุมาจากระบบต่อมไร้ท่อภายในร่างกายเกิดทำงานผิดปกติ จึงทำให้ไขมันที่บริเวณรอบดวงตานั้นค่อยๆเกิดบวมใหญ่เป็นก้อนซึ่งจะเน้นในบริเวณใต้ตาเป็นหลักนั่นเอง โดยถุงใต้ตาชนิดนี้เราจะสามารถพบเห็นได้บ่อยจากผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและ 2.ถุงใต้ตาเทียม คืออาการของผิวหนังบริเวณใต้ตาเกิดอาการระคายเคืองและพฤติกรรมของแต่ละบุคคลเช่น นอนดึก อดนอน ใช้สายตามากเกินไป ซึ่งนั้นจะยิ่งทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดหรือส่วนต่างๆภายในร่างกาย วิธี่การที่จะช่วยทำให้ถุงใต้ตาหายไปได้อย่างไวและหายขาดนั้นต้องแก้ไขปัญหาและลดสาเหตุไปพร้อมๆกัน คุณสามารถนำของที่ช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวรอบดวงตามาใช้ได้อย่าง ถุงชา ผ้าเย็น ผักและผลไม้อย่าง แตงกวา ฝรั่ง และมะเขือเทศ คุณยังสามารถนวดบริเวณถุงใต้ตาอย่างเบาๆเป็นประจำ ลดอาหารที่มีรสเค็มมากๆและต้องนอนหลับให้สนิทอย่างเพียงพออีกด้วย เพียงเท่านี้ปัญหาถุงใต้ตาของคุณก็จะหมดไปไร้กังวล