เคล็ดลับสุขภาพ

ลวกช้อนด้วยน้ำร้อนสะอาดจริงหรือไม่

เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารไม่ว่าจะอาหารกลางวันหรือเวลาต่างๆ สถานที่ที่มีเลือกรับประทานอาหารเยอะอย่างฟู๊ดคอร์ทหรือศูนย์อาหาร มักจะมีจุดหนึ่งที่ให้บริการล้างช้อนด้วยน้ำร้อนจนกลายเป็นแบบบอย่างที่ทำตามกันมาของผู้คนที่เข้ามารับประทานอาหารที่ฟู๊ดคอร์ทหรือศูนย์อาหาร เคยสงสัยหรือไม่ว่าการลวกช้อนหรือล้างช้อนแบบนั้นช่วยทำให้ช้อนซ้อมสะอาดจริงหรือไม่ จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า การลวกช้อนซ้อมด้วยที่ได้ผลและสะอาดนั่นคือน้ำที่อุ.ณหภูมิ 65 องศาเซลเซียลจะสามารถช่วยลดแบคดทีเรียได้ แม้จะยังสามารถกำจัดไม่หมดก็ตาม และนอกจากความร้อนที่ต้องดูแลคือการเปลี่ยนน้ำใหม่เข้า-ออกให้สม่ำเสมอ แต่โดยปกติแล้วน้ำภายในจุดบริการมักจะต้มไว้ด้วยหม้อหุงข้าวหรือหม้อชนิดหนึ่งที่สามารถให้ความร้อนได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าส่วนมากแล้วมีอุณหภูมิไม่ถึง 50 องศาเซลเซียสด้วยซ้ำ แถมยังเปลี่ยนน้ำเข้า-ออกให้ใหม่น้อยมาก นั้นจึงกลายเป็นแหล่งรวมของแบคทีเรียเสียมากกว่าทำให้ช้อนหรือซ้อมสะอาด จากการตรวจสอบพบว่าปริมาณของแบคทีเรียจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอดทั้งวัน ซ้ำร้ายหากมีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายลงไปผ่านทางมือหรือช้อนซ้อมที่คุณจับจะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากกว่าคนที่ไม่จุ่มลงไปเสียอีก เห็นหรือไม่ว่าการลวงหรือล้างช้อนซ้อมบริเวณฟู๊ดคอร์ทหรือศูนย์อาหารนั้นไม่สะอาดอย่างที่คุณคิด แต่หากทางฟู๊ดคอร์ทหรือศูนย์อาหารมีการจัดการเรื่องความร้อนและการเปลี่ยนน้ำใหม่อยู่เสมอ ก็จะเป็นการดีแก่สุขภาพแถมยังได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่มารับประทานเพิ่มขึ้นด้วย

เคล็ดลับความสวย

ไอเท็มเด็ดที่จะช่วยให้คุณได้ในวันเร่งรีบ

หากเช้าวันหนึ่งของคุณกลายเป็นเช้าที่เร่งรีบจนทำให้ไม่มีเวลาเหลือพอที่จะแต่งหน้าจัดเต็ม ครั้นจะออกจากห้องหรือจากบ้านแบบหน้าสดก็คงไม่มั่นใจตลอดทั้งวัน แต่จะดีกว่าไหมหากสาวๆมีไอเท็มเด็ดที่สามารถพกพาเพื่อนำไปในเช้าที่เร่งรีบได้ ไม่ว่าเช้านั้นสาวๆจะรีบไปทำงาน เรียน ออกเดท หรือทำกิจกรรมต่างๆ คุณสามารถพกไอเท็มเหล่านี้ไปเพื่อช่วยชีวิตในยามคับขัน ชิ้นแรก ลิปติกสีแดงจัด สุดยอดไอเท็มที่สาวๆมักบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันสามารถสร้างความสวยงามบนใบหน้าได้ หากวันไหนที่คุณแต่วตัวเรียบๆหรือแต่งตัวไปเรียนหนังสือสามารถใช้ลิปสีแดงปาดที่ริมฝีปากให้สวยคมสดใส จะพลิกเกมส์ให้คุณกลับมาชิคได้อย่างไม่น่าเชื่อ แป้งพัฟผสมรองพื้น ไอเท็มนี้จะช่วยทำให้ใบหน้าของสาวๆเนียนผ่องได้ใน 5 นาที เพียงโปะหน้าเบาๆและเว้นบริเวณคิ้วเพื่อไม่ให้กลบความเข้มของคิ้วจะเปลี่ยนให้คุณกลายเป็นสาวหน้าใสได้ในพริบตา แป้งฝุ่น ไอเท็มที่สาวๆมักจะใช้เสมอเมื่อต้องออกจากบ้านในวันสบายๆ แป้งฝุ่นถือว่าเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ต้องติดตัวไว้ตลอดเวลา ลิปมัน แม้ว่าคุณจะเร่งรีบสักแค่ไหนแต่หากได้ลิปมันสีสีนสดใสสวยๆสักแท่งจะทำให้คุณกลายมาเป็นสาวหวานหน้าใสได้ในทันที ไอเท็มสุดท้าย ดินสอเขียนคิ้ว ชิ้นนี้สามารถช่วยเพิ่มความคมเข้มให้กับสาวหน้าสดได้อย่างทันท่วงที หากสาวๆคนไหนสะดวกพกไอเท็มชิ้นไหนสามารถหาติดกระเป่าไว้เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน

เคล็ดลับความสวย

วิธีสร้างซิคแพคสำหรับสาวๆแบบง่ายๆโดยไม่ต้องซิทอัพ

เทรนสาวรักสุขภาพดูจะเป็นที่นิยมมากในเวลานี้ สาวๆหลายคนใฝ่ฝันอยากจะมีซิคแพคหรือกล้ามหน้าท้องเป็นของตนเอง ซึ่งคุณจำเป็นจะต้องออกกำลังกายโดยท่าที่เรานิยมทำตามกันมานั้นคือท่าซิตอัพหรือท่า Crunch รู้หรือไม่ว่าท่าดังกล่าวกลับส่งผลเสียให้คุณมากกว่าผลดีเพราท่า Crunch จะทำให้คอและหลังของคุณตึง ทำให้กลายเป้นคนหลังค่อม ส่งผลให้ปวดหลังขณะนั่งทำงานหรือนั่งเรียนเป็นเวลานานๆ แต่จะทำอย่างไรหากคุณผู้หญิงต้องการสร้างซิคแพคเพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเองสักครั้งหนี่ง เริ่มต้นกันด้วยท่าง่ายๆอย่าง Rock Your ABS เพียงคุณนอนหงายงอเข่าเข้าหาหน้าอก กอดต้นขาไว้ให้แน่นและเอามือประสานกัน พยายามกอดให้ขาเข้าหาลำตัวจากนั้นโยกตัวขึ้นมาทิ้งน้ำหนักลงที่กระดูกสะโพกด้านบน ไม่ต้องเกร็งและให้ค้างไว้สัก 5 วินาที จากนั้นนอนรายลงบนพื้นโดยให้ขายังคงตั้งฉากกันพื้น ท่าถัดมาคือ Work Your Waist ท่านี้ง่ายมากๆเพียงคุณสาวๆยืนตรงแขนอยู่เนื้อศรีษะกางขาออกเล็กน้อยและนำมือประสานกันยกขึ้นและเหยีดตรงจากนั้นยืดไปด้านขวาเล็กน้อย 30 วินาที กลับมาตรงกลางและเปลี่ยนยืดไปทางด้านซ้าย 30 วินาที สิ่งสำคัญของท่านี้คือการยืนให้หลังตรงและมั่นคงจะได้ผลกับกล้ามหน้าท้องด้านข้างและด้านบนอย่างมาก ท่าสุดท้ายที่เราอยากจะแนะนำคือ Steamroll Your Core เพียงคุณนอนหงายกับเสื่อพร้อมกับกางขาทั้งสองข้างออกจากกัน ให้แขนเหยียดขึ้นเหนือศรีษะมือประสานกันจากนั้นกลิ้งตัวไปทางขวา โดยต้องไม่ใช้แขนหรือขาช่วยในการพยุงจากนั้นกลับมานอนตัวตรงและกลิ้งไปทางด้านซ้าย ทำสลับกันไปมา เมื่อครบทั้ง 3 ท่าแล้วแน่นอนว่าซิคแพคของคุณสาวๆจะต้องออกมาสวยและดูดีอย่างแน่นอน

เคล็ดลับความสวย

มาเปลี่ยนวิธีเขียนอายไลนเนอร์ให้สวยเป๊ะกันเถอะ

ในวันที่แสนจะเร่งรับของสาวๆการแต่งหน้าอาจจะเป็นไปได้ยากที่จะให้สวยเป๊ะเหมือนกันปกติทั่วไป โดยเฉพาะการเขียนอายไลน์เนอร์ที่ต้องบอกว่าเป็นเครื่องสำอางที่เกิดมาเพื่อปราบเซียนนักแต่งหน้าสาวอย่างแท้จริง แต่หากรอช้าคุณคงไปสายกับนัดสำคัญๆหรือไปทำงานสายได้ ฉะนั้นเราจึงหาวิธีช่วยเซฟเวลาและให้ได้ลุคเริ่ดสวยไม่มีพลาดมาฝากคุณ เลือกใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอ สำหรับมือใหม่ลองเปลี่ยนมาใช้แบบดินสอจะช่วยประหยัดเวลาให้คุณได้มาก เพราะคุณสามารถควบคุมเส้นได้ง่าย ลบสะดวก และไม่ทำให้เปลื้อนเลอะเทอะ อายไลน์เนอร์เส้นคม หากคุณเลือกใช้อายไลน์เนอร์แบบนี้จะช่วยทำให้การเขียนเป็นได้ง่ายเพียงแค่ใช้วิธีเงิยหน้ามองต่ำ ก็จะช่วยทำให้เกิดเพื้นที่เปลือกตาและเขียนได้อยย่างถนัดมือมากยิ่งขึ้นและทำให้เส้นที่ได้ไม่บิดเบี้ยว หากคุณต้องกรีดอายไลน์เนอร์ในช่วงเวลาที่เร่งรีบแน่นอนว่าต้องเลอะเทอะไปบ้างแต่จะให้ลบทุกๆครั้งคงไม่สวยเนียนอย่างแน่นอน ลองใช้วิธีการเขียนเส้นอายไลน์เนอร์เส้นใหญ่กลบรอยให้หายหรือลบเฉพาะจุดด้วยคอนซีลเลอร์หรือรองพื้น โดยใช้คอตต้อนบัตแต้มกลบให้เนียน ตามด้วยอายแชโดว์สีเติ้มซ้ำเข้าไปจะยิ่งทำให้รอยอายไลน์เนอร์ที่ไม่พึงประสงค์จางลงไป เมื่อรู้เคล็ดลับนี้แล้วสาวๆมือใหม่หรือมือเก่าที่ต้องแต่งหน้าด้วยอายไลน์เนอร์แข่งกันเวลาคงไม่ต้องกังวลกับฝรมือการกรีด อายไลน์เนอร์ ของตนเองอีกต่อไป เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุดควรหมั่นฝึกฝนตนเองอยู่เสมอเพื่อช่วยในการประหยัดเวลาที่เพิ่มมากขึ้น

เคล็ดลับความสวย

เปลี่ยนวิธีการนอนใหม่เพื่อความสวยที่มากขึ้น

รูปแบบเวลาในการเข้านอนของคนเราไม่เหมือนกัน หลายคนสามารถเข้านอนไวได้เนื่องจากเป้นคนนอนง่ายหรือเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน แต่สำหรับบางคนที่เป็นโรคนอนหลับยากอาจจะต้องหาวิธีการต่างๆมาช่วยให้ตัวเองหลับง่าย หลับสนิท หรือไม่ตื่นกลางดึก ซึ่งนั่นถือว่าเป็นวิธีที่ยากอยู่ไม่น้อยฉะนั้นวันนี้เราจึงอยากแนะนำวิธีการนอนที่จะช่วยให้คุณกลับมาเป็นคนที่นอนง่ายและหลับสบายมากยิ่งขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดี หลีกเลี่ยงความเครียด ความเครียดถือว่าเป็นศัตรูตัวเก่งของการนอนหลับ หากคุณเกิดอาการเครียดหรือกังวลใจคุณควรมองหาสิ่งเยียวยาอาการเครียดอย่างการดูหนัง ฟังเพลง นั่งสมาธิ หรืออ่านหนังสือสักบทเป็นเพียงระยะเวลาสั้นเพื่อให้สมองและร่างกายเกิดความผ่อนคลายมากขึ้น สร้างบรรยากาศ สำรวจภายในห้องของคุณว่ามีอากาศถ่ายเทได้สะดวกหรือไม่ พยายามผิดไม่ให้แสงหรือเสียงเข้ามาภายในห้องนอน แต่หากคุณชอบนอนในที่สว่างคุณสามารถเพิ่มไฟหัวเตียงและดิมเบาลงให้เหลือไฟเพียงเหล็กน้อยจะถือว่าเป็นบรรยากาศในการนอนที่ดีที่สุด ทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งก่อนเข้านอน หากคุณรักผิวพรรณของคุณควรจัดการทาครีมกลางคืน หรือครีมบำรุงผิวก่อนนอนให้เรียบร้อยเพื่อให้ครีมสามารถดูแลผิวและช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกตลอดเวลานอน หากคุณยังคงนอนดึก นอนไม่หลับ หรืออดนอนบ่อยครั้งมากจะยิ่งทำให้สุขภาพผิวพรรณของคุณดูแย่ ไม่สดใส เปล่งปลั่ง และค่อยๆดูโทรมมากกว่าสาวๆที่นอนอย่างเพียงพอ ฉะนั้นควรหันมาดูแลตัวเองด้วยการนอนให้สนิทและเพียงในแต่ละวันเพื่อเป้นการชาตแบตให้กับชีวิตของคุณ

เคล็ดลับความสวย

รองพื้นแบบใดจึงจะเหมาะกับอากาศร้อนของบ้านเรา

อากาศที่แสนร้อนมักจะทำให้ความสามารถในการแต่งหน้าของสาวๆลดน้อยลง ยิ่งหากเป็นรองพื้นแล้วแสงแดดหรือความร้อนมักจะส่งผลโดยตรงจนทำให้เกิดอาการหน้ามันไหลเยิ้มจนกลายเป็นคราบไม่พึงประสงค์จนคุณหมดความมั่นใจไปได้ง่ายๆ รองพื้นที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นนั้นจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติในการควบคุมความมันอย่างดีลไม่ทำให้ใบหน้าของคุณมันเยิ้ม ซึ่งรองพื้นรุ่นใหม่ๆจะทำการปรับเปลี่ยนส่วนผสมแบบที่เราเรียกว่า Water-Based ซึ่งรองพื้นแบบใหม่นี้จะใช้น้ำแร่เป็นตัวกลาง สามารถลดความมันบนผิวหน้า เพิ่มความชุ่มชื่น ปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายแบรนด์เริ่มใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติอื่นๆ เช่น สาหร่ายทะเล ช่วยทำให้ผิวรู้สึกเย็นสบายมากยิ่งขึ้น รองพื้นที่เหมาะสำหรับอากาศที่แสนร้อนของบ้านเรานั้นไม่ควรใช้เนื้อแป้งแบบทั่วไปที่ไม่สามารถกันน้ำ นอกจากให้นั้นให้มองหารองพื้นที่มีส่วนผสมของเม็ดสีเพื่อช่วยกระจายแสง ทำให้ลดเลือนริ้วรอยหรือจุดด่างดำหลีกเลี่ยงแทนการใช้รองพื้นที่มีตัวแป้งหนาๆ ในกรณีที่คุณเป็นสาวหน้ามันสุดคุณอาจจะมองหาเนื้อแบบวิปโฟมหรือเจลรองพื้นแทนเพื่อพยยามใช้น้อยๆแต่เกลี่ยนให้ทั่วเท่ากันทั้งใบหน้า จำไว้ว่าไม่ควรทารองพื้นหนาสเพราะจะยิ่งทำให้ใบหน้าของคุณมันเยิ้มมากยิ่งขึ้น ให้ทาเพื่อช่วยปกปิดรูขุมขนและรอยอื่นๆให้ไปเท่านั้น นอกจากนั้นควรทำความสะอาดพัฟฟ์ของแป้งอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เหงื่อ หรือสิ่งสกปรกต่างๆติดค้างอยู่บนพัฟฟ์เมื่อต้องการกลับมาใช้ใหม่

เคล็ดลับสุขภาพ

เชื่อหรือไม่ว่าน้่ำผึ้งรักษาสิวได้

น้ำผึ้ง ส่วนประกอบแสนหวานของขนม นม เนย หรืออาการหลากหลายชนิด นอกจากความหอมหวานและความอร่อยที่น้ำผึ้งได้มอบให้กับเราแล้ว น้ำผึ้งยังแฝงไปด้วยคุณประโยชน์เพื่อใช้ดูแลสุขภาพผิวได้อีกหลายอย่างที่คุณคาดไม่ถึง โดยเฉพาะปัญหาสิว ไม่ว่าจะสิวเสี้ยน สิวอักเสบหรือสิวผด น้ำผึ้งสามารถช่วยขจัดปัญหาเหล่านั้นให้หมดไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ สูตรดูแลผิวสูตรแรกคือ น้ำผึ้งผสมกล้วย วัตถุดิบที่สามารถหาได้ง่ายๆใกล้ตัวเพียงนำกล้วยน้ำว้าสุกมาให้บดให้ละเอียดและผสมดเข้ากับน้ำผึ้งในสัดส่วน 2:1 และนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 5 – 10 นาที จึงล้างออก ด้วยคุณสมบัติของน้ำผึ้งที่จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว ผิวของคุณจะนุ่มน่าสัมผัส สูตรต่อมาได้แก่น้ำผึ้งกับแตงกวาสูตรนี้จะเน้นในเรื่องของการรักษาริ้วรอยจากสิวเป็นสำคัญ เริ่มโดยนำน้ำแตงกวาทีได้จากการคั้นสดๆนำผสมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนชาแล้วทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้สัก 5 – 10 นาที แล้วล้างออกจะช่วยทำให้ริ้วรอยต่างๆที่เกิดจากสิวลดเลือนลง และสูตรสุดท้ายสำหรับคนที่มีปัญหาสิวอักเสบเพียงนำ น้ำผึ้งผสมกับมะขามเปียกในสัดส่วน 2 ต่อ 1 พอกหน้าไว้สัก 5 นาทีแล้วล้างออกจะช่วยลดอาการอักเสบและขจัดสิวเสี้ยนได้อย่างไม่น่าเชื่อ ธรรมชาติมักจะมองสิ่งดีๆให้กับเราอยู่เสสมอและน้ำผึ้งถือว่าเป็นสิ่งทีได้จากธรรมชาติที่มีความสามารถในการช่วยทำลายแบคทีเรีย สิวอักเสบ สิวดำ หรือสิวเสี้ยนจึงค่อยๆ ยุบตัวลงเองตามธรรมชาติ โดยที่ไม่ทำให้ผิวอักเสบ แถมยังได้อาหารผิวซึมซาบลงสู่ผิวพร้อมกันไปด้วย

เคล็ดลับสุขภาพ

อาการแพ้เครื่องสำอางที่คุณสามารถสังเกตุได้

เครื่องสำอางค์ถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในด้านเสริมความงามให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แบบใด รุ่นใด หรือใช้เพื่อแต่งสวยแต่งงามในจุดใด เครื่องสำอางค์ล้วนแต่ผลิตมาจากสารสกัดต่างๆรวมถึงสารเคมีที่มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพผิวแทบทั้งสิ้น แต่ก็มีหลายคนที่มักเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างอาการแพ้เครื่องสำอางค์ จากสารเคมีดังกล่าวนั่นเอง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการไหนคืออาการแพ้เครื่องสำอางวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับอาการแพ้เครื่องสำอางค์กัน เมื่อเริ่มต้นอาการแพ้จะเกิดอาการที่เรียกได้ว่าคันยิบบริเวณที่ทาครีม หลังจากนั้นจะเริ่มปวดแสบปวดร้อน หากเรายังไม่รีบหยุดใช้หรือทำการรักษาอย่างถูกต้องจะเริ่มเกิดอาการแพ้จนมีผื่นคลันหรือผื่รนลมพิษ อาจร้ายแรงถึงขนาดเกิดตุ่มน้ำและแผลบวมแดงคล้ายสิว ซึ่งจะทำให้คุณเกิดอาการปวดและแสบมากขึ้นกว่าเท่าตัว ยิ่งหากเกิดอาการแพ้บนใบหน้าด้วยแล้วอารการแพ้จะสามารถลุกลามได้ไวกว่าส่วนอื่นๆ เนื่องจากใบหน้าของเรามักจะถูกทาด้วยครีม เครื่องสำอาง โฟมล้างหน้าและฝุ่นละอองต่างๆ นอกจากนั้นยังสามารถส่งผลต่อระบบต่างๆของร่างกายได้ไม่ว่าจะเป็นอาการเยื่อบุตาอักเสบ การสะสมของสารพิษ หรือเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ฉะนั้นก่อนซื้อเครื่องสำอางค์ทุกครั้งเราควรจะต้องทำการทดสอบเครื่องสำอางค์ใหม่ที่บริเวณอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าเสียก่อน เมื่อเกิดอาการแพ้ขึ้นมาเราจะได้เห็นถึงอาการต่างๆใส่จุดที่สามารถรักษาได้ง่ายเสียก่อน ดีกว่าที่เราจะต้องมานั่งเสียดายเมื่อเกิดอาการแพ้บนใบหน้าที่ยากต่อการรักษา

เคล็ดลับสุขภาพ

เลือกใช้สบู่อย่างไรให้ถูกต้องและได้ผลดีที่สุด 2

เมื่อเรารู้จักกับประเภทของสบู่ คุณสมบัติของสบู่แต่ละส่วนผสม และวิธีเลือกใช้ที่ถูกต้องอย่างคร่าวๆกันแล้ว เราจะมาต่อกันกับ วิธีการเลือกใช้สบู่อย่างไรให้ถูกต้องและได้ผลดีที่สุด เมื่อคุณอาบน้ำเสร็จเป็นที่เรียบร้อยถัดมาคือการการดูแลรักษาผิวหลังอาบน้ำให้ครบถ้วน การดูแลผิวที่ดีนั้นนอกจากจะทำความสะอาดด้วยสบู่ที่คุณชอบแล้วจำเป็นจะต้องดูแลหลังอาบน้ำให้เรียบร้อยด้วย เริ่มด้วยการเช็ดผิวให้พอแห้งจากนั้นจึงใช้ครีมบำรุงผิวทาให้ทั่วเรือนร่าง เพราะเมื่อคุณอาบน้ำเสร็จร่างกายจะสูญเสียความชุ่มชื่นไปบ้างเล็กน้อยยิ่งหากให้เป็นคนที่ชอบอาบอุ่นด้วยแล้วยิ่งต้องทาครีมหลังอาบน้ำเป็นประจำเพื่อป้องกันการเกิดผิวแห้งตึงไม่นุ่มเนียน และควรสังเกตุผลจากการใช้สบู่ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ผิวพรรณเริ่มเนียนนุ่ม มีสุขภาพดี ไม่แห้งตึง ริ้วรอยที่ลึกดูจางลง หรือให้ผลลัพธ์ในแบบที่ท่านต้องการหรือไม่ แต่หากผ่านไปประมาณ 4 – 6 สัปดาห์แล้วยังไม่เกิดผลเปลี่ยนแปลงใดๆควรเปลี่ยนสบู่สูตรอื่นเพื่อให้สามารถดูแลและบำรุงผิวคุณได้อย่างถูกต้อง ข้อแนะนำวสุดท้ายคือ การเลือกใช้สบู่กับผิวหน้า สบู่ผิวกายกับผิวหน้านั้นถือว่าเป็นส่วนผสมและคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นห้ามนำสบู่กายมาถูบริเวณใบหน้าเป็นอันขาดเพราะอาจจะเกิดปัญหาต่างๆ เช่น ผิวหน้าแห้งตึง เกิดสิว เกิดริ้วรอย หรือใบหน้าขาดความชุ่มชื้นได้ โดยวิธีการใช้งานสบู่ผิวหน้าที่ถูกต้องคือต้องใช้น้ำเพียงเล็กน้อยในการถูสบู่เพื่อไม่ต้องให้เกิดฟองมากจนเกินไป จากนั้นจึงค่อยๆใช้เนื้อสบู่จากบนมือนำมาถูกหน้าตามที่ต้องเพื่อป้องกันไม่ให้สารสกัดบนสบู่สัมผัสกับผิวหน้าโดยตรง เพียงเท่านี้สารบำรุงจากสบู่ก็จะสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างดีและทำให้ผิวของคุณสุขภาพดียิ่งขึ้น

เคล็ดลับความสวย

ละเลิกนิสัยแบบนี้หากคุณไม่อยากหน้าแก่

จริงอยู่ที่รู้หน้าตาและความอ่อนเยาว์มักจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หากเรามีอายุที่มากขึ้นแน่นอนว่าปัญหาผิวต่างๆ เช่น ริ้วรอย รอยย่น ตีนกา หรือความหย่อนคล้อยที่มาก ก็มักจะปรากฏสร้างความกังวลให้กับคุณสาวๆเป็นอย่างมาก แต่นอกจากสาเหตุจากอายุที่เพิ่มขึ้นแล้วใบหน้าจะดูแก่ขึ้นได้หากเกิดสิ่งเร้าต่างๆที่มักจะสร้างความเสี่ยงให้คุณต้องกลายเป็นสาวหน้าแก่ 1.แต่งหน้าจัดเกิดไป แน่นอนว่าการแต่งหน้าถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สามารถช่วยเพิ่มความสวยให้กับคุณได้ แต่หากคุณชอบแต่งหน้าตลอดเวลามากจนเกินไปอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองผิวจากสารเคมีและแอลกอฮอล์ที่เป็นส่วนผสมจากเครื่องสำอาง แถมยังจะทำให้ผิวแห้งตึงจนเกิดเป็นรอยย่นบนใบหน้าได้ง่ายยิ่งขึ้น 2.นิสัยจอมขี้เกียจ จากผลการวิจัยพบว่าใครที่มักไม่ค่อยออกกำลังกายหรือแม้แต่เคลื่อนไหวร่างกายเสียบ้าง จะยิ่งทำให้เกิดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับ โรคหลอดเลือด และโรคมะเร็ง ฉะนั้นควรหันมาออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและหน้ายังเด็กลงได้อีกด้วย 3.นอนน้อย หากคุณเป็นสาวที่ชอบนอนน้อยไม่ใช่จะส่งผลต่อรอยใต้ตาที่คล้ำมากเกินไปเท่านั้น แต่ยังจะทำให้ระบบต่างๆของร่างกายไม่สมดุล สมองทำงานไม่เต็มที่ จนทำให้ฮอร์โมนต่างๆไม่สามารถหล่อเลี้ยงผิวพรรณได้ออย่างเต็มที่ 4.ไม่สนใจครีมกันแดด สำหรับคนรักผิวอย่างแท้จริงต้องดูผิวให้ห่างไกลจากแสงแดด เพราะแสงแดดคือสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเกิดความเสื่อมสภาพ เหี่ยวย่น และความหมองคล้ำ ฉะนั้นควรทาครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าคุณจะออกจากบ้านไปไหนมาไหนก็ตามอย่างน้อยก่อนออกแดดสัก 15 – 20 นาที